Select Page

บิล เกตส์ ชี้ “คริปโท-NFT” คือ ทฤษฎีคนโง่กว่า พร้อมกับกล่าวว่าเขาไม่ได้ลงทุนสกุลเงินดิจิทัลทั้งในระยะสั้นหรือระยะยาว พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ภาพดิจิทัลของลิงที่มีราคาแพงจะทำให้โลกดีขึ้นอย่างมาก”
บิล เกตส์ ไม่ใช่นักลงทุนในคริปโท หรือ NFT

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ระหว่างการพูดคุยในรายการ TechCrunch เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจในวันอังคาร มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ กล่าวถึงปรากฏการณ์นี้ว่า “อิงจากทฤษฎีโง่ที่ใหญ่กว่า 100%” ซึ่งหมายถึงแนวคิดที่ว่าสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่นักลงทุนก็ยังตัดสินใจลงทุนเนื่องจากหวังกำไรที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต

เกตส์ พูดติดตลกว่า “ภาพดิจิทัลของลิงที่มีราคาแพง” จะ “ทำให้โลกดีขึ้นอย่างมาก” ซึ่งหมายถึงคอลเลกชัน NFT ของ Bored Ape Yacht Club NFT ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

NFT คือโทเค็นที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ มักถูกขนานนามว่าเป็นวิธีการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น งานศิลปะหรือของสะสมกีฬา แต่นักวิจารณ์มองว่า NFT เกินจริงและอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากธรรมชาติของคริปโทนั้นกระหายอำนาจ ซึ่ง NFT จำนวนมากถูกสร้างขึ้นบนเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังบล็อกเชน Ethereum ซึ่งเป็นโทเคนที่ใหญ่เป็นอันดับสอง

เกตส์ระบุว่า “ผมเคยชินกับสินทรัพย์ประเภท … เช่น ฟาร์มที่มีผลผลิต หรือเหมือนบริษัทที่พวกเขาผลิตผลิตภัณฑ์” แต่สำหรับคริปโตนั้น “ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น” พร้อมทั้งเสริมว่า “ผมไม่ลงทุนระยะยาวหรือลงทุนระยะสั้นในสิ่งเหล่านั้น”

คริปโทร่วงลงอย่างรวดเร็วในสัปดาห์นี้หลังจากที่ เซลเซียสบริษัทให้ยืมเงินคริปโทหยุดการถอนบัญชีทั้งหมดชั่วคราว ซึ่งการล่มสลายทำให้เกิดความกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ล้มละลายในเซลเซียส และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับส่วนอื่น ๆ ของตลาดคริปโท ในส่วนของเซลเซียสกล่าวว่าเป็น “การทำงานตลอดเวลาเพื่อชุมชนของเรา”

โลกของคริปโท เริ่มขาดความน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากการล่มสลายของ UST ที่เรียกว่าสเตเบิลคอยน์ ควรจะมีมูลค่า 1 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวตรึงราคาของ LUNA โดยทั้งสองโทเคนมีมูลค่ารวมกันถึง 60 พันล้านดอลลาร์

บิตคอยน์ซื้อขายล่าสุดที่ 22,522.13 ดอลลาร์ ในวันที่ (16 มิ.ย. 65 ณ เวลา 07.00 น.) เพิ่มขึ้น 1.48% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เงินดิจิตอลที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้มีมูลค่าลดลงไปแล้วกว่าครึ่งตั้งแต่ต้นปี 2022